fbpx

หัวใจ และ หลอดเลือด ดูแลอย่างไรให้ไกลจาก ไขมัน

โรคหัวใจและหลอดเลือด

สารบัญ

หัวใจ กระบวนการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด หัวใจ

ระบบไหลเวียนเลือด

ระบบต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ทุกส่วน ทำงานสัมพันธ์กัน

แกนกลางของระบบหมุนเวียน เลือด ก็คือ “หัวใจ” ทำงานอย่างไร?

หัวใจ ทำหน้าที่รับ และ สูบฉีดเลือด ทำหน้าที่เสมือนปั๊มน้ำประปา อยู่กลางทรวงอกเยื้องมาทางซ้ายเล็กน้อย รูปร่างคล้าย ดอกบัวตูมคว่ำ มี 4 ห้อง ระหว่างห้องบน กับห้องล่าง มีลิ้นหัวใจกั้นอยู่ ขนาดเท่ากำปั้นของผู้เป็นเจ้าของ ตรงโคนเส้นเลือดที่นำเลือด ออกจากหัวใจมีลิ้นกั้นอยู่ ป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด.

ห้องรับเลือด สี่ห้องหัวใจ

ห้องรับเลือด และ ห้องสูบฉีดเลือด

ห้องบนขวา รับเลือดเสียทั่วร่างกาย

ห้องบนซ้าย รับเลือดดีที่แลกเปลี่ยนก๊าซจากปอด

ห้องล่างขวา สูบฉีดเลือดเสียไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด

ห้องล่างซ้าย สูบฉีดเลือดดีไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

เส้นเลือด ประกอบ ไปด้วย 

เส้นเลือด

  • เส้นเลือดแดง  หมายถึง หลอดเลือดที่นำเลือดออกจากหัวใจ ซึ่งจะเป็นเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงเป็นเลือดที่มีสีแดงสด ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ( ยกเว้นหลอดเลือดที่ไปสู่ปอดชื่อ pulmonary artery ซึ่งจะนำเลือดดำจากหัวใจที่มีคาร์บอนไดออกไซด์สูงไปฟอกที่ปอด )
  •  เส้นเลือดดำ หมายถึง หลอดเลือดที่นำเลือดที่มีของเสีย และคาร์บอนไดออกไซด์ ( เลือดดำ ) ที่ร่างกายใช้แล้วจากส่วนต่างๆ ของร่างกายกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนขวา ( Right atrium ) เพื่อนำกลับไปฟอกที่ปอด ( ยกเว้นหลอดเลือดดำปอดที่ชื่อ pulmonary vein ซึ่งจะนำเลือดแดงที่ผ่านการฟอกจากปอดแล้วนำกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย ) ภายในหลอดเลือดดำจะมีความดันต่ำ ถ้าหลอดเลือดดำฉีกขาด เลือดที่ไหลออกมาจะไหลรินๆคงที่ และสม่ำเสมอ ห้ามเลือดหยุดได้ง่ายกว่าหลอดเลือดแดงฉีกขาด
  •  เส้นเลือดฝอย หมายถึง หลอดเลือดที่เชื่อมต่อระหว่างหลอดเลือดแดงขนาดเล็ก ไปยังหลอดเลือดดำขนาดเล็ก โดยจะแทรกอยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ สมอง และอวัยวะอื่นๆ ยกเว้นเส้นผม และเล็บจะไม่มีหลอดเลือดฝอย

**** ทำงานแบบนี้ไม่มีวันหยุดแม้แต่วินาทีเดียว ****

“การที่หัวใจยังคงทำงาน บีบตัวแต่ละครั้ง เต้นแต่ละครั้ง มันคือความสำคัญของการมีชีวิต”

ค่าอัตราการเต้น ของ หัวใจ ในแต่ละช่วงวัย

อัตราการเต้นของหัวใจ หรือ “ชีพจร” หมายถึง การสูบฉีดเลือดของหัวใจ เพื่อ นำสารอาหาร และ อ๊อกซิเจน ไปเลี้ยง ทั่วร่างกาย กระบวนการนี้ หรือ ระบบไหลเวียนเลือด จะเริ่มทำงานในทุกๆ ครั้งที่หัวใจของเรามีการบีบตัว.

ระบบไหลเวียนเลือด จะมีอวัยวะอื่นๆ ในหัวใจทำงานร่วมกัน เช่น ลิ้นหัวใจคอย เปิด – ปิด เพื่อให้เลือดไหลเวียนเข้ามาในหัวใจ วงจรไฟฟ้าในหัวใจคอยควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจทำหน้าที่บีบ – คลายตัวเพื่อสูบฉีดเลือด

ค่าอัตราการเต้นของหัวใจปกติในแต่ละช่วงวัย การเต้นของหัวใจในแต่ละวัย

ค่าอัตราการเต้นของหัวใจในขณะพัก หรือ ในขณะที่เราไม่ได้ ออกกำลัง เลย เรียกว่า ” อัตราการเต้นของหัวใจปกติ ” โดยค่าที่เหมาะสม จะ แตกต่างกันไปใน แต่ละช่วงวัย ดังนี้

  • ช่วงทารกแรกเกิด – 1 เดือน ประมาณ 120 – 160 ครั้ง ต่อ นาที
  • ช่วงอายุ 1-12 เดือน ประมาณ  80-140 ครั้ง ต่อ นาที
  • ช่วงอายุ 12 เดือน – 2 ปี  ประมาณ  80 -130 ครั้ง ต่อ นาที
  • ช่วงอายุ 2 – 6 ปี  ประมาณ 75-120 ครั้ง ต่อ นาที
  • ช่วงอายุ 6-12 ปี  ประมาณ  75-110 ครั้ง ต่อ นาที
  • ช่วงวัยรุ่น ถึง วัย ผู้ใหญ่ ประมาณ  60 – 100 ครั้ง ต่อ นาที

วิธีวัดอัตราการเต้นของหัวใจปกติด้วยตนเอง 

ควรทำในช่วงที่อัตราการเต้นของหัวใจเป็นปกติ อาจพักผ่อน หรือ ทำสมาธิก่อนก็ได้ 

  1. หงายมือข้างที่จะทำการวัดอัตราการเต้นของหัวใจขึ้น
  2. ใช้นิ้วชี นิ้วกลาง และ นิ้วนาง แตะ บนเส้นเลือดข้อมือที่หงายอยู่ บริเวณที่รู้สึกว่ามีการเต้น มักอยู่ฝั่งนิ้วโป้ง
  3. นับการเต้นจำนวนครั้งต่อนาที และ สังเกตดูว่าอัตราการเต้นสม่ำเสมอหรือไม่
  4. ทำทั้งหมด 3 ครั้ง และ ดูว่า ค่าเฉลี่ย อยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือ ไม่
  5. หากค่าเฉลี่ยการเต้นของหัวใจ ไม่อยู๋ในเกณฑ์ที่ปกติ ควรหาโอกาสพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ต่อไป

การเต้นของหัวใจในแต่ละครั้งทำให้เกิดแรงดัน เกิดขึ้น หัวใจเหมือนปั๊มน้ำ เมื่อ ปั๊มน้ำดันออกไป ปั๋มน้ำมีสายยาง เวลาปั๊มออกไปจะเกิดการตึง การหย่อน ก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นแรงดันก็คือ แรงดันของเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือด ซึ่งนั้นก็คือ ความดันโลหิต นั่นเอง

ความดันโลหิต คือ อะไร ? 

ความดันโลหิต

ความดันโลหิต เป็นแรงดันเลือดที่เกิดจากหัวใจบีบตัว  ส่งเลือดเข้าหลอดเลือดต่างๆ ขณะที่หัวใจบีบตัว ความดันโลหิตจะสูงขึ้น เรียก ความดัน ขณะนี้ว่า ความดันขณะหัวใจบีบตัว หรือ แรงดันโลหิตซีสโตลิค หรือ ความดันตัวบน.

ขณะหัวใจคลายตัวเลือดจากหลอดเลือดแดงจะไลออกไปสู่อวัยวะต่างๆ ความดันโลหิตลดต่ำลง เนื่องจากหัวใจคลายตัว ความดันขณะนี้ เรียกว่า ความดันขณะหัวใจคลายตัว หรือ แรงดันโลหิตไดแอสโตลิค หรือ ความดันตัวล่าง.

ความดันโลหิต ปกติ ความดันโลหิตปกติ ไม่ควรเกิน 130/85 มิลลิเมตรปรอท ในขณะพักผ่อน ความดันโลหิตแปรผันไม่คงที่ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาวะตื่นเต้น ดีใจ ตกใจ หรือ ออกกำลังกายความดันโลหิตจะสูงขึ้น เมื่อพักผ่อน หรือ นอนหลับ ความดันโลหิตจะต่ำลง.

ความดันโลหิตสูง / ความดันโลหิตต่ำ

ความดันโลหิตที่สูงเกินกว่า 140 / 85 มิลลิเมตรปรอท คือ ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตที่ต่ำน้อยกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท คือ ความดันโลหิตต่ำ

ถือว่า เริ่มผิดปกติ ควรมีการดูแลรักษาด้วยวิธีการปฏิบัติตัว หรือ ปรึกษาแพทย์

*********ความดันส่งผลต่อโรคอย่างแน่นอน***********

นอกเหนือจากนั้นแล้ว หัวใจของเรา ยังมี คลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG

และ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ คือ อะไร ?

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG ( Electrocardiogram ) คือ อะไร

โดยปกติ แล้ว หัวใจสามารถทำงานได้ด้วยกระแสไฟฟ้า เพื่อ คุมจังหวะการเต้น ของหัวใจ อีกทั้งยังมีผลต่อการทำงานที่สัมพันธ์กันของหัวใจทั้ง 4 ห้อง หากไฟฟ้าที่ทำการควบคุมการทำงานเกิดความผิดพลาดจะส่งผลต่อัตราการเต้นของหัวใจให้ผิดปกติ ได้รวมถึงการดูเรื่องของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และ ห้องหัวใจที่โตผิดปกติ.

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG เพื่ออะไร

การตรวจความสมบูรณ์ของการทำงานไฟฟ้าหัวใจ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือ ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ซึ่งการตรวจหัวใจแบบ EKG นั้นสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการวินิจฉัยโรคต่างๆ ที่มีผลต่อหัวใจได้ เช่น โรคหัวใจ โรคที่ใครหลายคนกลัว เพราะมีผลกระทบ ต่อการดำเนินชีวิตของเราค่อนข้างมาก ดังนั้นการตรวจ EKG จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่เราควรเลือกเพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานของหัวใจของเรานั้นยังคงปกติอยู่ อีกทั้ง ขั้นตอนของการตรวจยังสามารถทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และ ไม่ จำเป็นต้องนั่งรอผลตรวจนาน.

กลุ่มโรคหัวใจ และ หลอดเลือด

โรคหัวใจ ( Heart Disease ) มักเป็นคำกล่าวที่มี ความหมายถึงโรคต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยหัวใจ แต่ ทั้งนี้ ยังมีระบบหลอดเลือดที่เข้ามาเกี่ยวพันธุ์ด้วยจึงเรียกอีกอย่างว่า โรคหัวใจ และ หลอดเลือด ( Cardiovascular disease ) ซึ่งหมายถึง 

กลุ่มของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจ และ หลอดเลือด ที่เกี่ยวพันกับหัวใจ กลุ่มของโรคนี้ ได้แก่

  1. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  2. โรคลิ้นหัวใจรั่ว หรือ โรคลิ้นหัวใจตีบ
  3. โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย
  4. โรคหลอดเลือดสมองตีบ / โรคสมองขาดเลือด / โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ( Stroke )
  5. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  6. โรคเยื่อหุ้มหัวใจ
  7. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  8. โรคความดันโลหิตสูง ภัยร้ายของทุกระบบในร่างกาย
  9. โรคติดเชื้อที่หัวใจ
  10. โรคมะเร็งหัวใจ

 โรค หัวใจ และ หลอดเลือด  เป็นกลุ่มโรคที่เกิดกับ ระบบหัวใจ และ หลอดเลือด ซึ่งเกิดจากการสะสมของ ไขมัน โปรตีน และ แร่ธาตุในผนังหลอดเลือด จนเกิดการตีบตัน และ แคบลง ทำให้มีความ ต้านทาน การไหลของเลือด หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น และ เปราะบางมากขึ้น.

ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ

   

 เช็กลิสต์ 20 ข้อ เข้าข่ายโรคหัวใจ คุณเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ หรือ ไม่ มาเช็กกันหากสงสัยว่าคุณเข้าข่ายโรคหัวใจ และ หลอดเลือดหรือไม่ ลองทำเช็คลิสท์ 20 ข้อ ต่อไปนี้

เข้าข่ายโรคหัวใจ

  1. เจ็บหน้าอกแบบแปล๊ปๆ เหมือนเข็มแทง เมื่อออกแรง เปลี่ยนอิริยาบท เช่น เดินเร็ว วิ่งขึ้นบันได หรือ มีการเปลี่ยนแปลง ทางอารมณ์ ฉับพลัน เช่น โกรธ ตื่นต้น บางครั้ง แม้แต่ในขณะหยุดนิ่ง ก็ยังมีอาการเจ็บหน้าอก
  2. เจ็บแน่นหน้าอก หรือ เจ็บหน้าอกร้าวไปยังบริเวณคอ กราม ไหล่ และ แขน
  3. เหนื่อยง่าย หายใจถี่ กระชั้น หัวใจเต้นเร็ว
  4. หายใจเหนื่อยหอบ หายใจไม่ออก
  5. มีอาการเป็นลม หน้ามืด วูบ หรือ หมดสติ
  6. คลื่นไส้ อาเจียน
  7. มีเหงื่อออกตามร่างกาย
  8. มีอาการบวมตามร่างกาย เช่น ขาบวม
  9. ชื่นชอบการทานอาหารรสจัด เช่น เค็มจัด หวานจัด
  10. ชื่นชอบการรับประทานอาหารมันๆ ของทอด อาหารแปรรูป เบอเกอรี่
  11. ไม่รับประทานผัก ผลไม้
  12. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาณมาก เป็นประจำ
  13. สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด
  14. พักผ่อนน้อย
  15. มีความเครียดสูง หรือ วิตกกังวล บ่อยๆ
  16. ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน ไทรอยด์เป็นพิษ
  17. ไม่ออกกำลังกาย
  18. คนในครอบครัวมีประวัติการป่วยด้วยโรคหัวใจ
  19. ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
  20. ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด

เช็คอาการหัวใจและหลอดเลือด

เมื่อเราเกิดมีปัญหาเกิดขึ้นเกี่ยวกับด้านหัวใจ ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจเลือด การทานยาต้องรับยาตลอด  เพื่อป้องกันการตีบ ตัน วิธีการรักษาคือ ทำบอลลูนหัวใจ แต่ก็ทานยาควบคู่กันไป พบแพทย์ทุก 3  เดือน  6  เดือน. การวิ่งสายพาน การฉีดสี การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ หรือ กระทั่งต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ในดุลพินิจของแพทย์.

ทำบอลลูนหัวใจ

บายพาสหัวใจ

เปลี่ยนลิ้นหัวใจ

ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ

อัตราค่าห้องพักและค่าบริการในการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ตัวอย่างที่ยกมาเป็นโรงพยาบาลเอกชน

ค่าห้องพักในโรงพยาบาล

 

อันดับต่อไปเราจะมาดูเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง 

โรคหลอดเลือดสมอง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

โรคหลอดเลือดสมอง

  1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ( Ischemic Stroke ) ทำให้เนื้อเยื่อสมองขาดเลือด โดยอาจเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ จากการสะสมของไขมันในเหลอดเลือด และ หลอดเลือดสมองอุดตันจากการมีลิ่มเลือดจากหัวใจไปอุดตันหลอดเลือดสมอง ซึ่งทั้งสองแบบทำให้การไหลเวียนเลือดในสมองเสียไป เกิดสมองขาดเลือดหรือเนื้อเยื่อสมองตาย ตามมาได้
  2. หลอดเลือดสมองแตกหรือฉีกขาด ( Hemorrhagic stroke ) เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบางจากภาวะความดันเลือดสูง หรือ หลอดเลือดเสียความยืดหยุ่น จากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้แตกง่าย ส่งผลให้เกิดเลือดออกในสมอง และเกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสมองตามมา

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke คือ ภาวะสมองขาดเลือดที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตัน หรือมีเลือดออกในสมอง หรือ อาการเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้เลือดไม่สามารถ ไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้เซลล์สมองขาดอ๊อกซิเจน ส่งผลให้สมองตาย ผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์ทันที การรักษาอย่างรีบด่วนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะ ช่วยลดความรุนแรงจากภาวะสมองตาย และ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ และ ยังป้องกันความพิการและ ทุพพลภาพที่จะเกิดขึ้น เป็นโรคที่ตายทั้งเป็น .

เส้นเลือดตีบ แตก ตัน

อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

หลักเลยจะมี 4 อย่าง ให้สังเกตให้ดี

  1. มีอาการหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวครึ่งซีก  ดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกจากปาก
  2. แขนจะตกตามแรงโน้มถ้วนของโลก ไม่มีกำลังจับอะไรก็ร่วง มือชาไม่มีความรู้สึก
  3. การพูด การสั่งการช้า ไม่ชัด พูดไม่ออก 
  4. รีบมาโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดภายใน  4  ชั่วโมงครึ่ง เพื่อที่แพทย์จะได้รีบให้การรักษาได้ทันเวลา

 ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ปัจจัยเสี่ยง โรคหลอดเลือดสมอง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ( Stroke ) มีอะไรบ้าง ?

  • โรคความดันสูง เนื่องจากความดันโลหิตที่สูงจะไปทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ง่าย และ ทำให้เส้นเลือดในสมองมีความเปราะมากขึ้น
  • ไขมันในเลือดสูง โดยไขมันจะเป็นตัวเร่งให้หลอดเลือดมีการแข็งตัว และ มักจะเกาะตัวกันเป็นตะกอนในหลอดเลือด และ ทำให้ หลอดเลือด ในสมองตีบได้
  • โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดความเสื่อมของทุกระบบ
  • โรคไต
  • มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจจะทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ และ อาจจะลอยไปอุดตันเส้นเลือดในสมองได้
  • การสูบบุหรี่ ที่ทำให้หลอดเลือดในสมองเปราะ ทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองตีบได้
  • ดื่มสุราเป็นประจำ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงและ เส้นเลือดในสมองแตก
  • การใช่สารเสพติด บางชนิด เช่น แอมเฟตามีน หรือ โคเคน เนื่องจากสารเสพติดเหล่านี้ จะไปทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบ

โรคหลอดเลือดสมอง ( Stroke ) ป้องกันได้ ทำเรื่องที่ยากให้เป็นเรื่องที่ง่าย ด้วย ตัวเราเอง

  • ตรวจวัดความดันเลือดอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่ามีความดันเลือดมากกว่า 140/80 mmHg ควรพบแพทย์ และ รับประทานยาลดความดันอย่างสม่ำเสมอ ตามแพทย์สั่ง
  • ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารโดยการลดอาหารเค็มจัด หวานจัด มันจัด เพิ่มผักและผลไม้แทน
  • เลิกสูบบุหรี่ และ งดการดื่มสุรา
  • ลดน้ำหนัก ในกรณีที่น้ำหนักเกินมาตราฐาน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3  ครั้ง โดยการออกกำลังกายควรเป็นการออกกำลังการที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นกว่าปกติ อย่างน้อย 10-20 ครั้งต่อนาที และอย่างน้อยครั้งละครึ่งชั่วโมง
  • ตรวจสุขภาพประจำปีทุกๆปี เพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดและค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่มาของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
  • ตรวจร่างกายทางด้านหัวใจว่ามีความผิดปกติของการเต้นของหัวใจหรือไม่

เวลามีปัญหาที่สมอง ถ้าหากต้องได้รับการผ่าตัด เป็นเรื่องใหญ่ มีภาวะแทรกซ้อนที่สูง การบาดเจ็บอยู่ตรงสมองส่วนไหน ส่วนหน้า เกี่ยวกับอัมพฤก อัมพาต แขนจะอ่อนแรง มากกว่าขา สมองส่วนใน ขาจะมีอาการอ่อนแรงมากกว่าแขน ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดค่อนข้างนาน และ หลังการผ่าตัด ก็ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต.

การรักษาต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ทั้งคนไข้ ทั้งญาติที่ต้องดูแล ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี เพื่อดูแลรักษา และ ค่าใช้จ่าย อีกหลายอย่างที่ต้องเตรียมในการดูแล ต้องใช้เวลาและความอดทนเป็นอย่างมาก.

ช่วง  6 เดือนแรก ญาติต้องเร่งฟื้นฟู ดูแลคนไข้ ให้ดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้คนไข้ มีภาวะเสื่อมมากไปกว่าเดิม. เราจะต้องฟื้นฟู โดยการทำกายภาพบำบัด กระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวให้เขาสามารถสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อผ้าเองได้ ทานอาหารเองได้. หลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน เป็นคนไข้ที่ติดเตียง เป็นแผลกดทับ ถ้ามีแผลกดทับขึ้นมาจะเสี่ยงติดเชื้อ และ ลุกลาม ให้พลิกตะแครงตัวคนไข้ทุก  2 ชั่วโมง.


แผลกดทับ

” การเจ็บป่วยของคนหนึ่งคนในครอบครัว เสมือน การเจ็บป่วยทั้งครอบครัว “

“เราต้องตระหนักเรียนรู้ที่จะสนใจใส่ใจดูแลสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”

สนใจใส่ใจเรียนรู้ระบบอวัยวะต่างๆ ของร่างกายเรา 

สมอง มีหน้าที่สั่งการ การเคลื่อนไหว ด้วยผ่านก้านสมอง

หัวใจ ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ปอด ทำหน้าที่ นำ อ๊อกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ และ ดูแล กระแสเลือด

ตับ เป็น โรงงานขนาดใหญ่ ที่มีหน้าที่ สร้าง และ ย่อยสลาย

ไต มีหน้าที่ กำจัดของเสีย ออกจากร่างกาย

ถ้า อวัยวะต่างๆในร่างกายของเราทำงานได้ดี และ สมบูรณ์ แน่นอนว่าผู้ที่มีสุขภาพที่ดีและสมบูรณ์ จะมีอายุที่ยืนยาว

เพราะ อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดและสมอง มี อัตราการเสียชีวิตที่สูง และ มีค่าใช้จ่าย ค่าเวลาที่จะต้องเสียไป.จะดีกว่าไหม ที่เราจะต้องหันมาใส่ใจ สนใจ ที่จะดูแลป้องกันดีกว่าที่จะต้องมา ดูแลรักษาภายหลัง !!!!!

ทางเลือกในการดูแลสุขภาพแต่เนิ่นๆ กับ วิถีสมุนไพรทางเลือก นวัตกรรมใหม่ จากประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยด้วยตรง ที่ประสบกับปัญหา โรคหลอดเลือด และ สมอง อย่างมีประสิทธิภาพ ฟื้นฟูได้ไวมากขึ้น สำคัญคือ ความปลอดภัย.

โอลิสาคิวเท็น

โอลิสา คิวเท็น   olisa q 10 สุดยอด ของ จมูกข้าว ที่สกัด ได้ สารแกรมม่า ออริซานอล ดูแลโดยตรง ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง ลด ไขมัน ไตรกลีเซอไล และ ลด คอลเลสเตอรอล ในกระแสเลือด ลดไขมันตัวเลว LDL และเพิ่มไขมันตัวดี  HDL ( ไขมันตัวเลว เปรียบเหมือนขยะในร่างกาย ตัวนี้จะไปช่วยลดขยะในร่างกายของเรา) ทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนได้ดี มีประสิทธิภาพ ลดภาวะ การตีบ แตก ตัน อีกทั้ง ยังช่วยในการเผาผลาญ และ ปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย เมื่อ ฮอร์โมนลดลง ความเสื่อมตามมา ภูมิคุ้มกันก็ลดลง ซึ่ง ภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดแน่นอน ให้ โอลิสา คิวเท็น เป็นผู้ช่วยดูแล หัวใจ .

วิธีรับทาน 2 เม็ด เช้า กลางวัน และ ก่อนนอน

ราคากล่องละ  950  บาท มี 30  แคปซูล 

อย. 50-2-05159-5-0028

เพราะ ร่างกาย ต้องการ การฟื้นฟู ร่างกายต้องแข็งแรง ความแข็งแรงของร่างกายเกิดจากวิตามิน แต่ เพราะ วิตามิน ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องรับประทานเป็นอาหารเข้าไปช่วย

  • มัลวินวิตามินรวม ตอบโจทย์ ด้วยการรวมเอาวิตามินที่จำเป็น และ สำคัญ  เป็นประโยชน์ ใส่ไว้ใน เม็ดเดียว Vitamin B1 บำรุงประสาทแก้เหน็บชา
  • Vitamin B2 ช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ถ้าขาดจะเป็นแผลที่มุมปาก ผิวหยาบกระด้าง
  • Vitamin B5 ลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด นอนไม่หลับ
  • Vitamin B6 ช่วยบรรเทาอาการก่อน จะมีประจำเดือน บำรุงประสาท ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • Vitamin B12 ช่วยเสริมสร้าง เม็ดเลือด บำรุงประสาท ป้องกัน อาการอ่อนเพลีย
  • Vitamin C   มีสาร Anti Oxidant   ทำให้ผิวขาวใส เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงประสาทและ สมอง
  •  Vitamin E ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เลือดไหลเวียนดี

วิธีทาน 1 เม็ดหลังอาหารเช้า

ราคากระปุก ละ  950  บาท มี 30  เม็ด

อย.50-2-05159-5-0043

เครื่องดื่ม อาชิตองโกลด  สารสกัดจากสมุนไพร กว่า 6 ชนิด ทำหน้าที่เป็นทหารดูแลปกป้องคุณจากอนุมูลอิสระ  ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดระดับความเสื่อม

  • ชาเขียว ต้านอนุมูลอิสระ ลดการสะสมไขมันที่ตับ ยับยั้งภาวะไขมันพอกตับ ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ
  • ใบหม่อน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้ง การก่อตัวของเซลล์มะเร็งและกำจัดเซลล์มะเร็ง
  • มะขามป้อม กระตุ้นการสร้างเซลล์ตับที่ถูกทำลาย ลดอาการตับอักเสบ
  • มะระขี้นก ต่อต้านและ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยลดภาวะไขมันพอกตับ
  • ผักคาวตอง ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ต้านการอักเสบ ขจัดสารพิษ
  • ขมิ้นชัน บำรุงตับ ช่วยขับพิษที่สะสมในตับ ลดอาการตับอักเสบ

วิธีทาน ครั้งละ 30 cc = 1  ฝาที่ติดไปกับขวด เช้า และ เย็น

ราคาขวด ละ  1,600  บาท ขนาดบรรจุ 750 ml

อย.502-02962-2-0003

โปรตีนตัวนี้ของเรามีแหล่งโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ 1 ซอง ทดแทนมื้ออาหารได้  1 มื้อ ไขมันต่ำ Di8pro เวย์โปรตีนผสมโกโก้ชนิดผง มีส่วนผสมที่สำคัญ วิตามินสำคัญ 7 ชนิด

  • Vitamin K
  • Vitamin D
  • VitaminB1
  • Vitamin B2
  • Vitamin B6
  • Vitamin B5
  • Vimin C
  • ปราศจากไขมันทรานส์ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ด้วยส่วนผสมโปรตีนสูง และ BCAA  ให้พลังงานสูง

รับประทานวันละ 1 ซอง

ราคากล่อง ละ  1,200  บาท หนึ่งกล่องมี 8 ซอง

อย.50-2-05159-2-0021

ราคารวมสินค้าทั้ง 4 รายการ

  1. โอลิสาคิวเท็น 950 บาท
  2. มัลวินวิตามินรวม 950 บาท
  3. อาชิตองโกลด์  1,600 บาท
  4. ไดเอ็ดโปร 1,200 บาท

รวม 4,700  บาท

ข้อมูลความรู้จากบุคคลากรทางแพทย์ที่มีโอกาสดูแล และ สัมผัส กับ ผู้ป่วย ที่มีอาการเหล่านี้โดยตรง จากประสบการณ์จริง การรักษาได้โรงพยาบาล จำเป็นต้องรักษา แต่ยังมีคำถามที่พวกเราคงจะต้องหาคำตอบด้วยว่า ทำไม จึงมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นๆ สาเหตุที่คนไข้ที่เยอะขึ้น สังเกตจากตัวเรา และ สำคัญเลย คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ได้ ขบวนการรักษาที่ปลายเหตุ ไม่มีใครดูแลเราได้ดีเท่าเราดูแลตัวเอง .

ด้วยความห่วงใย detoxforlife สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สอบถามหรือสั่งซื้อ
สอบถามหรือสั่งซื้อ